จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี

Mthai
จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี


จากสาวน้อยวัยกระเตาะมาเป็นไฮโซสาวสะพรั่ง ในที่สุด จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือตั๊น วัย 23 ปี ก็หอบหิ้วใบปริญญาจากคณะภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ กลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่ (จุตินันท์ กับม.ล. ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี) ได้สำเร็จ พักเหนื่อยจากอาการเจ็ทแล็คไม่นานก็ถึงเวลาอัพเดทชีวิตสาวสวยที่ถูกจับตามองทั้งเรื่องงานและความรักกันอีกครั้ง



    

Living Aboard
     “ช่วงนี้เป็นเวลาของการพักผ่อนค่ะ ตั๊นเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีและกำลังรอเรียนต่อปริญญาโทที่คณะเดิม แต่เน้นด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา รวมถึงการเมืองและกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่ตั๊นสนใจและคิดว่าเมืองไทยยังมีความรู้เรื่องนี้ไม่มากพอ เลยตั้งเป้าไว้ว่าในอนาคตจะนำสิ่งที่ร่ำเรียน กลับมาทำงานที่เมืองไทย ตั๊นเชื่อว่าทุกวันนี้เรื่องสิ่งแวดล้อมครอบคลุมไปถึงหลายๆ ด้านของชีวิต อย่างน้อยก็เชื่อมโยงถึงการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม 
     “ตั๊นเรียนในโรงเรียนประจำหญิงล้วน ที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 9 ขวบ อาจมีเพื่อนผู้ชายคนไทยนอกโรงเรียนบ้าง แต่ตอนนั้นแทบจำไม่ได้ว่าการเรียนหนังสือกับเพื่อนผู้ชายมันเป็นยังไง (หัวเราะ) จนเข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนด้วยกัน ก็รู้ว่าพวกผู้ชายแอคทีฟมาก ที่สำคัญไม่ชอบให้ผู้หญิงได้คะแนนเยอะกว่า การแข่งขันเลยสูงขึ้น ต่างจากตอนเรียนไฮสคูล ที่พวกผู้หญิงจะช่วยกันเรียน และได้รับการผลักดันจากครูตลอด 
    
“ชีวิตตอนเรียนไฮสคูลสนุกมาก ตั๊นอยู่กับเพื่อนแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ถือว่าได้ใช้ชีวิตแบบนักเรียนจริงๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับระเบียบวินัย และทีมเวิร์ค เพราะเล่นกีฬาหลายประเภท เช่น เทนนิส สกี ดำน้ำ โปโลม้า ส่วนใหญ่เป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีม เลยทำให้มีเพื่อนเยอะ ช่วง 2 ปีสุดท้ายก่อนจบไฮสคูล ตั๊นเริ่มเบื่อหอพัก เลยกลับมาอยู่บ้านที่ลอนดอนบ่อยขึ้น เพื่อนๆ ชอบมาปาร์ตี้ที่บ้านในวันหยุด ตั๊นก็รับหน้าที่แม่ครัวทำอาหาร เมนูที่เพื่อนๆ ชอบเรียกร้องให้ทำคือเนื้อวัวอบกับโยเกิร์ตพุดดิ้งค่ะ
    
“กลุ่มตั๊นเป็นแก๊งค์ซ่าของโรงเรียน ไม่ได้ซ่าแบบเกเร แต่จะซนมากกว่า ชอบไปตระเวนตามตึกเก่า เข้าไปในห้องลับที่ใช้เก็บเอกสารต่างๆ เมื่อก่อนตั๊นห้าวมาก ชอบทำตัวเป็นเด็กผู้ชาย ท้าเพื่อนแข่งกีฬา เพื่อนผู้หญิงในกลุ่มจะดูเป็นสาวกว่าเยอะ ตอนทุกคนเริ่มแต่งหน้าแต่งตัว ตั๊นยังใส่รองเท้าผ้าใบ ใส่กางเกงสามส่วนอยู่เลย ความเป็นผู้หญิงที่มีอยู่ตอนนี้น่าจะเป็นเพราะโตขึ้น แต่ตั๊นว่าก็ยังมาไม่เต็มที่นะคะ (ยิ้ม)”                                                  

Trainee’s Life
     “ตั๊นเป็นคนอยู่นิ่งไม่ค่อยได้ เลยลองฝึกงานตั้งแต่อายุ 16 เริ่มจากบริษัทโฆษณา Blue UIR Advertising หลังจากนั้นก็ไปฝึกที่ Orange (ก่อนเปลี่ยนเป็น True Move) Christian Dior ประเทศฝรั่งเศส แล้วค่อยมาถึงบริษัทโพลีพลัสเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ส่วนใหญ่จะฝึกงานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ แม้จะไม่ได้เรียนด้านนี้มา แต่ได้ประสบการณ์เยอะมาก เพราะตั๊นอยากทำงานที่ได้รู้จักคน และการทำงานด้านประชาสัมพันธ์ก็ทำให้มีโอกาสได้รู้จักพี่ๆ นักข่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อเราในอนาคต 
    
“การฝึกงานที่จำไม่ลืมคงเป็นที่ร้าน Christian Dior ประเทศฝรั่งเศส เรียกได้ว่ายากลำบากที่สุดในชีวิต ตอนนี้กลับมาคิดว่ารอดมาได้อย่างไร เพราะตั๊นต้องทำตัวเหมือนเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ทั้งๆ ที่เพิ่งอายุ 18 ปีเอง เป็นครั้งแรกที่อยู่คนเดียว 1 ปี โดยไม่ได้กลับบ้านเลย ภาษาอ่อนมาก เพื่อนก็ไม่มี เพื่อนร่วมงานก็อายุมากกว่าอีก ยิ่งยากมากที่จะปรับตัวเข้าหากัน รู้เลยว่าชีวิตการทำงานกับชีวิตนักเรียนไม่เหมือนกันจริงๆ  
    
“เคยผ่านช่วงที่ทั้งเครียดและงานหนัก กลับถึงบ้านก็ร้องไห้ อย่างครั้งหนึ่งเจ้านายลาหยุดไปเที่ยวเป็นอาทิตย์แล้วทิ้งงานไว้ให้ตั๊นหมด บรรดานิตยสารที่มาขอยืมชุดไปถ่ายแฟชั่นก็ตามเรื่องที่ตั๊นคนเดียว ถ้าเราจัดการไม่ได้เขาก็โทรมาด่า ตั๊นต้องรอบคอบถึงขนาดอัดเทปและทำสำเนาไว้เป็นหลักฐาน แต่ก็คุ้มเพราะมันสอนให้เราจัดการกับปัญหาได้หลากหลายรูปแบบ สามารถวางตัวอยู่ในสังคมที่ต่างคนต่างอยู่ แต่ละคนล้วนอยากเลื่อนขั้น เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวได้ ปกติตั๊นเคยชินกับการทำงานเป็นทีมมาตั้งแต่ตอนอยู่ไฮสคูล แรกๆ พอเจอคนที่ต่อหน้าทำเป็นดีแต่ลับหลังเอาเราไปพูดอีกแบบก็ตกใจเหมือนกัน”

Pay Back
     “ล่าสุดตั๊นลงไปทำงานเป็น NGO ของโครงการ PDA (Population and Community Development Association) ที่จังหวัดกระบี่ เพื่อช่วยฟื้นฟูชีวิตของชาวประมงหลังประสบภัยสึนามิ ในโครงการ Fish Farming หาวิธีให้ชาวประมงมีรายได้ที่แน่นอนกว่าเดิม ได้นำความรู้ที่เรียนมาปรับใช้เยอะมาก 
    
“เสร็จจากโครงการนั้น ตั๊นก็ไปเป็นครูสอนเด็กที่บุรีรัมย์ ตอนแรกไม่แน่ใจว่าเขาจะยอมรับเราเป็นครูหรือเปล่า วันแรกสอนนักเรียนชั้นป.2 น้องๆ ก็เข้ามาคุยเล่น อยากรู้จักกับเรา แต่พอไปสอนนักเรียนชั้นป.4 มีความรู้สึกว่าเขาเหมือนจะหยิ่งกว่า (หัวเราะ) คงแปลกใจว่าตั๊นเป็นใคร เก่งจริงหรือเปล่า เลยต้องพัฒนาตัวเองและแสดงให้เขาเห็นว่าเรามีความรู้จริงๆ ไม่ใช่ทำเล่นๆ พอเด็กเห็นว่าเราทำได้ มีศักยภาพที่จะสอนเขา ก็เริ่มประทับใจและเข้ามาคุยด้วย ตั๊นมีศิษย์โปรดคนหนึ่ง เป็นเด็กผู้ชายเรียนอยู่ชั้นป.3 หลังจากกลับกรุงเทพฯ เขาโทรมาหาทุกวัน ถามว่า ‘ครูตั๊นถึงบ้านหรือยัง อยู่ไหนเหรอครับ วันนี้ทำอะไรมาบ้าง’ น่ารักดี
    
“ส่วนอาชีพนักการเมืองเป็นอาชีพในฝันของตั๊นมานานแล้ว เรามีโอกาสที่ดี ได้ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก เลยอยากกลับมาช่วยเหลือประเทศชาติ กว่าตั๊นจะโตพอที่จะเข้าไปทำงานการเมืองได้ บ้านเมืองเราคงมั่งคงกว่านี้ ตั๊นอยากพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ทั้งหมดนี้ถือเป็นสิ่งที่จะเติมเต็มความสุขในชีวิต ถ้าทำธุรกิจก็มีแค่ได้กับเสีย กำไรและขาดทุน แต่เราไม่ได้ให้อะไรตอบแทนสังคมเลย ทำเพื่อตัวเราเองทั้งนั้น ตั๊นไม่เคยคิดว่าเงินซื้อความสุขได้ทุกอย่าง สิ่งที่มีทุกวันนี้ก็เพียงพอแล้ว เลยอยากทำอะไรกลับคืนให้สังคมบ้าง” 

Home Sweet Home
     “การเติบโตมาในครอบครัวมีชื่อเสียง มีส่วนให้ตั๊นวางตัวลำบากเหมือนกัน เพราะถ้าไปทำอะไรผิดพลาดผลที่ตามมาไม่ได้เกี่ยวพันแค่ตัวเราเอง แต่จะส่งผลไปถึงครอบครัวด้วย คุณพ่อคุณแม่และญาติๆ ไม่เคยมีชื่อเสียงเสียหาย ถ้าเรามาทำให้แย่คงรู้สึกผิดมาก จึงต้องระวังตัวเวลาจะคบกับใคร ตอนนี้โลกเราก็เปลี่ยนไปเยอะ คนดีน้อยลง คนเลวเยอะขึ้น 
    
“ไอดอลของตั๊นคือคุณแม่ ท่านเป็นผู้หญิงเก่ง สามารถแบ่งเวลาให้กับทุกคน มีความสามารถหลายด้าน เข้าหาคนเก่ง และมีคนให้ความเคารพ ตั๊นคิดเสมอว่าคงไม่มีใครให้ความสนใจตั๊นมากขนาดนี้ถ้าไม่ได้เป็นลูกของคุณพ่อคุณแม่ หวังว่าวันหนึ่งโตขึ้น ตั๊นจะเป็นแบบท่าน
    
“คำสอนที่คุณพ่อคุณแม่เน้นมาตั้งแต่เด็กๆ คือพี่น้องต้องรักกัน ท่านกลัวว่าเราจะทะเลาะกันแล้วจะไม่รักกัน จริงๆ น้องทั้ง 2 คนของตั๊นก็เป็นน้องที่น่ารัก รักพี่สาว ถึงแม้ต่อย (ณัยณพ ภิรมย์ภักดี) จะเป็นน้องคนสุดท้อง แต่เขาก็มีความรู้สึกว่าต้องดูแลพี่ๆ ที่สำคัญเขาหวงพี่สาวมาก มักจะเช็คประวัติคนที่เข้ามาคบกับตั๊นทุกคนว่าเป็นคนดีหรือเปล่า เคยทำอะไรมาบ้าง 
    
“บางคนถ้าต่อยไปเจอตามห้างเขาก็จะโทรมารายงานว่า ตอนนี้กำลังคอยดูพฤติกรรมอยู่ สะกดรอยตามไปทุกที่เลย (หัวเราะ) ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ขอให้ทำ เขาก็อาสาเป็นสายสืบให้ มีเหมือนกันที่น้องๆ ไม่ชอบคนที่ตั๊นคบด้วย ตั๊นก็จะนิ่งๆ ให้เขาอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ชอบ หรือเห็นว่าเขาไม่ดีตรงไหน”

Man in my mind
     “สเป็คผู้ชายที่ตั๊นชอบต้องเหมือนคุณพ่อเท่านั้นค่ะ คือเป็นแฟมิลี่แมนและมีเวลาให้กับครอบครัวเสมอ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ เขาต้องมีเวลาให้กับครอบครัวของเขาด้วย ตั๊นจะดูจากวิธีการดูแลครอบครัวของเขาเองว่าเป็นอย่างไร ดูแลคุณพ่อคุณแม่ ญาติ พี่น้องของเขาดีแค่ไหน ส่วนนิสัยตั๊นเป็นคนลุยๆ ไม่ใช่สาวหวาน เลยชอบคนที่นิสัยคล้ายๆ กัน และต้องเป็นผู้ชายอารมณ์ดี เพราะตั๊นเป็นคนชอบเสียงหัวเราะค่ะ”

 


อ่านต่อ



ใส่ความเห็น
  ซ่อนความคิดเห็น
ชื่อเล่น:
รหัสผ่าน:
  จดจำฉันในคอมพิวเตอร์อันนี้

ชื่อเรื่อง:
ส่งคำตอบเกี่ยวกับความเห็นของฉันมาที่อีเมล์
ส่งความเห็นใหม่เกี่ยวกับบทความนี้ให้ฉันทางอีเมล์