ดังนั้น
ในครั้งต่อไปที่คุณอยากจัดการกับปัญหาผิวแห้ง
คุณอาจจะมุ่งตรงไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแทนแผนกเครื่องสำอาง
1. บัตเตอร์มิลค์
ส่วนของนมสดเข้มข้นที่เหลือจากการทำเนย ที่มีกรดแล็กติก หนึ่งในกรดไฮดร็อกซี่
ที่หากคุณกำลังมองหาโลชั่นบำรุงผิวก็ต้องมองหาส่วนผสมของ Alpha-Hydroxy และ Beta-Hydroxy บนฉลากด้านหลังที่บอกส่วนผสมโดยส่วนผสมเหล่านี้ช่วยขัดผิว
ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ออกไปเพื่อเผยเซลล์ผิวที่สดใหม่และชุ่มชื้นออกมาแทน
แต่คุณไม่จำเป็นต้องเอาบัตเตอร์มิลค์มาอาบตัวเพื่อให้เห็นผลหรอก แค่ใช้ผ้าจุ่มลงในบัตเตอร์มิลค์แช่เย็น
หรือนมสดไขมันเนยธรรมดาก็ใช้ได้เช่นกัน แล้ววางประคบลงบนผิวแห้งหรือระคายเคืองนานประมาณ
5 นาทีแล้วล้างออก กรดแล็กติกก็จะซึมค้างอยู่ในผิว
ซึ่งช่วยให้ผิวดูสดชื่นยิ่งขึ้น
2. เชียบัตเตอร์
มอยส์เจอไรเซอร์สูตรตั้งแต่โบราณกาลสกัดจากเมล็ดถั่วที่อยู่ในผลของต้นเชีย
ที่พบในแอฟริกาเท่านั้น ซึ่งต้องใช้เวลา 15-30 ปีต้นเชียถึงจะให้ผลผลิตออกมา
แต่โชคดีว่าคุณไม่ต้องรอนานขนาดนั้นเมื่อใช้เชียบัตเตอร์บำรุงผิว เพราะผิวของคุณจะได้รับความชุ่มชื้นทันทีได้ลองใช้
เชียบัตเตอร์นั้นอุดมด้วยวิตามินเอที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนชั้นไขมันธรรมชาติ
บนผิวหนังชั้นนอกสุด ที่ไม่เพียงแค่ช่วยเยียวยาผิวแห้ง แต่ยังช่วยรักษาโรคผิวหนังจากอาการแพ้
แก้ปัญหาผิวไหม้จากแดดและแมลงกัดต่อย และยังเต็มไปด้วยวิตามินที่เป็นเพื่อนซี้กับผิวอย่างวิตามินเอฟที่มีกรด
ไขมันซึ่งช่วยให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตได้ดีและทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
เมื่อไปเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากเชียบัตเตอร์ สำคัญมากที่คุณจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เก่าเกินกว่า
18 เดือน เพราะคุณภาพของมอยส์เจอไรเซอร์จะลดลงไปเมื่อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นค้างอยู่นาน
ๆ เนื่องจากกรดซินนามิกที่ช่วยดูแลผิวนั้นจะเหลือน้อยลง และจะยิ่งดีหากคุณเลือกเชียบัตเตอร์ที่ไม่ผ่านกระบวนการสกัดด้วยสารเคมี
อันตรายที่เรียกว่า Hexane และเลือกเชียบัตเตอร์สกัดล้วน
ๆ 100 เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีสารอื่น ๆ เจือปน
3. น้ำมันมะกอก
มีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงอาการหัวใจกำเริบ
และสู้กับมะเร็งได้หลายชนิด การศึกษายังได้แสดงให้เห็นว่าน้ำมันมะกอกช่วยลดความเสียหายของกระดูก
ลดอาการอักเสบ ลดไขมันที่หน้าท้องได้ดี และยังช่วยดูแลเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับคนเป็นเบาหวาน
คุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยบำรุงร่างกายภายใน แต่ยังดูแลร่างกายภายนอกได้ดีเช่นกัน
นั่นคือให้ความชุ่มชื้นกับผิวแห้ง
ชาวกรีกโบราณใช้น้ำมันมะกอกอาบน้ำ แต่คุณสามารถเห็นผลได้โดยแค่ใช้น้ำมันมะกอกทาบาง
ๆ ลงบนผิว หรืออาจเลียนแบบชาวกรีกโดยเติมน้ำมันมะกอกเล็กน้อยลงในอ่างน้ำอุ่นก่อนจะลง
ไปนอนแช่
ในน้ำมันมะกอกมีสารธรรมชาติที่พบได้ในผิวของเราเรียกว่ากรดไลโนเลอิก
กรดไลปิดตัวนี้ได้สร้างปราการที่เป็นน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ความชุ่มชื้นออก ไปจากผิว
ความน่าสนใจอยู่ที่ว่ากรดไลโนเลิอิกนี้ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ต้อง ได้รับมาจากอาหรเท่านั้น
การศึกษายังพบว่า น้ำมันมะกอกไม่เพียงแค่เป็นมอยส์เจอไรเซอร์อันทรงประสิทธิภาพ
แต่ยังช่วยเยียวยาอาการโรคผิวหนังประเภทต่าง ๆ เช่น Rosacea, Psoriasis,
Dermatitis และ Eczema ช่วยลดอาการอักเสบและผิวไหม้
ต้องขอบคุณสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูงของน้ำมันมะกอกที่ทำให้มันช่วยลด ความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังจากรังสียูวีบีได้ด้วย
4. อะโวคาโด
น้ำมันที่พบในอะโวคาโดนั้นช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม นั่นหมายความว่ามันช่วยหล่อลื่นพื้นที่ระหว่างคอร์นิโอไซต์
เซลล์แบน ๆ ที่อยู่บนผิวชั้นนอก และยังมีสารที่ผิวของคุณสามารถดูดซึมได้อย่างดี
นอกจากนี้ อะโวคาโดยังอุดมด้วยไขมัน วิตามินเอ ดี และอี ที่ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้นไว้ได้และยังช่วยลดริ้วรอยเ่ยวย่น
วิธีนำมาใช้บำรุงผิวก็คือ นำเนื้ออะโวคาโดบดมาทาลงบนผิว ส่วนที่มีปัญหานานประมาณ 10-15
นาทีแล้วล้างออก
5. น้ำผึ้ง
นอกจากรสชาติหอมหวานอันแสนอร่อย
น้ำผึ้งยังมีสารอาหารชั้นเยี่ยมสำหรับผิว คือเป็นสารฮิวเม็กแทนด์ธรรมชาติที่ช่วยดึงดูดโมเลกุลของน้ำลงมายังผิวคุณ
ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้น และยังมีคุณสมบัติช่วยต้านเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย
และลดอาการผิวหนังอักเสบที่มีส่วนช่วยรักษาบาดแผลได้ด้วย และนี่คงเป็นสาเหตุที่มีการค้นพบน้ำผึ้งในรายการยาตั้งแต่เมื่อ
2,000 ปีก่อนคริสตกาล
เวลานำมาใช้ ละลายน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำในปริมาณที่เท่ากันจากนั้น
เติมน้ำลงไปอีก 6 ช้อนโต๊ะ นำไปทาลงบนผิว รอ 10 นาทีแล้วล้างออก เป็นทางออกหวาน ๆ ของปัญหาผิวแห้ง

พบกับ ลูกเล่นใหม่ๆในเครื่องประดับที่นักออกแบบคัดสรรได้อย่างลงตัว ตั้งแต่กระเป๋า Micro Chanel ไปจนถึงต่างหู Fendi Dice กันเลย ...
แบรนด์ดังกับเครื่องประดับต่างๆ จากรันเวย์ในคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2021












