ฝีมือการสร้างสรรค์ผล งานอัญมณีและเครื่องประดับของคนไทยหาใช่ไก่กา ด้วยว่ามียอดการส่งออกติด 1 ใน 10 อันดับแรกของประเทศเป็นตัวการันตี ด้วยเหตุนี้จึงบังเกิดเป็นความมุ่งหวังที่จะผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลาง การค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก จนกลายเป็นที่มาของการจัดงาน “บางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลลี่ แฟร์” เป็นประจำทุก 2 ครั้งในหนึ่งปี และคราวนี้ก็นับเป็นครั้งที่ 46 แล้ว
เพราะเป็นงานใหญ่ที่มี ลูกค้าระดับนานาชาติ จึงต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นหัวเรือใหญ่อย่าง วิชัย อัศรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ พร้อมด้วย สมชาย พรจินดารัตน์ ประธานคณะกรรมการบริหารงานบางกอกเจมส์ และที่เห็นจะขาดเสียไม่ได้นั่นก็คือ หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมี ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ช่วยทำหน้าที่เป็นแรงผลักดันชั้นเลิศ

ภายในงานแถลงข่าว ที่ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรี-ล่า เมื่อวันก่อน สมชาย พรจินดารัตน์ ในฐานะประธานจัดงาน ขายฝันให้เหล่าเหยี่ยวข่าวฟังถึงรูปแบบว่า แทนที่เปิดหน้าร้านจำหน่ายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับกว่า 3,000 คูหา ธรรมด๊า ธรรมดาเหมือนเช่นที่ครั้งที่ผ่านมา คณะกรรมการทั้งหลายก็บรรเจิดแนวคิดแบ่งพื้นที่ภายในห้องรอยัลจูบีลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ส่วนหนึ่งเป็นพาวิลเลี่ยนเพื่อการเรียนรู้ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก ชวาลอฟสกี้ เจมส์ จัดโครงการ “ดีไซน์ พาวิลเลี่ยน เทรนด์ 2011” ให้เป็นศูนย์กำหนดเทรนด์สีของพลอยที่จะผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถส่งสารถึง ลูกค้าของตัวเองในตลาดโลกได้ว่า ในแต่ละปีจะพลอยสีใดโดดเด่นกันบ้าง