ไม่เพียงแต่เป็นการผสานชื่อ 2 แบรนด์ให้เป็นเพียง 1 เดียว หากในร้านยังมีเสื้อผ้าให้เลือกสำหรับคน 2 วัยคนละสไตล์กันอีกต่างหาก เรียกได้ว่าถ้าคุณแม่พาลูกชายมาเลือกเครื่องแต่งกายเท่ๆ แล้ว ตัวคุณแม่ พี่สาว คุณน้า คุณอาหญิงที่มาด้วย ก็ได้เลือกเสื้อผ้าเก๋ๆ ที่เน้นลวดลายละเอียดติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
ยังไม่ทันได้เข้าร้านก็เริ่มสนุกแล้ว ยิ่งได้ฟังที่มาของดีไซเนอร์ และกว่าจะมาเป็นเสื้อแต่ละตัวแล้วจะยิ่งสนุกกว่านี้

ศิลปิน หรือ ดีไซเนอร์
ชนะ ชัย จรียะธนา หรือ สิทธิ์ บอกว่าร้านนี้เหมือนเป็นมัลติแบรนด์ของตัวเองเลย เพราะว่าเป็นการเอาสองแบรนด์ที่มีอยู่แล้วมารวมกัน โดยตั้งชื่อจากวัน เดือน เกิดของตัวเอง เหมือนเป็นการแจ้งเกิดอีกครั้ง หลังจากเคยสร้างแบรนด์ Time's end โด่งดังมาแล้วในอดีต
เดิมทีคุณสิทธิ์บอกว่าอยากเป็น ศิลปิน อยากเรียนคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เพราะมีโอกาสได้ไปชมงานแสดงนิทรรศการของศิลปินชื่อดัง อย่าง ถวัลย์ ดัชนี และ อีกหลายท่าน หากชีวิตหักเหเมื่อได้รับคัดเลือกให้เป็นยังก์ดีไซเนอร์ของนิตยสารเปรียว เขาจึงเบนเข็มมาเรียนที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แทน
" ตอนวัยรุ่นยังไม่รู้หรอกว่าอยากเป็นอะไร แต่สิทธิ์โชคดีที่ได้เรียนช่างศิลป์ ได้เรียนศิลปะได้เห็นงานของถวัลย์ ดัชนี ก็อยากจะเรียนคณะจิตรกรรม บังเอิญสิทธิ์มีโอกาสได้เป็นยังก์ดีไซเนอร์เปรียว ทำให้มีโอกาสได้มุมมองที่พิเศษขึ้นมา พอเรียนจบก็มาทำงานเป็นทำเป็นสไตลิสต์ ทำคอสตูม ให้แกรมมี่สองเดือน แต่รู้สึกว่าไม่ใช่ ก็ออกมาทำเสื้อแบรนด์ Time's end มีช่วงหนึ่งที่เศรษฐกิจดาวน์ทำให้ต้องหยุด เราก็โชคดีที่ได้กลับไปทำงานที่แกรมมี่อีกครั้งหนึ่งอีกสิบกว่าปีก็มาทำ สไตลิสต์ก่อนแล้วมาเป็นโปรโมเตอร์ "
หน้าที่ของสไตลิสต์และ โปรโมเตอร์ คือ ต้องค้นหาตัวตนของศิลปินคนนั้น เข้าใจคอนเซปต์ของอัลบั้ม มองดูแฟชั่นในขณะนั้นมาใช้เป็นส่วนประกอบ ก่อนจะออกแบบเสื้อผ้า หน้า ผม และสไตล์ ศิลปินที่ผ่านฝีมือการปรุงโฉมของคุณสิทธิ์ ได้แก่ เป๊ก - ผลิตโชค ออฟ - ปองศักดิ์ ไอซ์ - ศรัณยู กอล์ฟ - ไมค์













