หน้าฝนลื่นปรี๊ด ถนนหนทางเฉอะแฉะขนาดนี้ จะมามัวสวมใส่รองเท้าหนังส้นเข็มสูง 3 นิ้ว ..ไม่ไหวแล้วล่ะค่า ช่วงนี้นำรองเท้าวัสดุผ้า-หนัง ไปเก็บเข้ากรุไว้ก่อน
       
       บรรยากาศน้ำขังเปื้อนเละเทะขนาดนี้ เราขอแนะนำ รองเท้าพลาสติก เพราะ ขึ้นชื่อว่าพลาสติกแล้ว คุณสมบัติดีเลิศหลายประการ ทั้งไม่อมน้ำ แห้งเร็ว หมดห่วงเรื่องความเลอะเทอะ เช็ด ล้างง่าย เหมาะกับหน้าฝนที่ซู้ด
       
       เหนืออื่นใด เดี๋ยวนี้รองเท้าพลาสติกเค้าออกแบบเก๋ไก๋ มีให้เลือกสอยหลากหลายระดับราคาและคุณภาพ เราไปเดินตลาดรวบรวมข้อมูล ตั้งแต่ห้างฯหรู แบรนด์ดัง จนมาจบลงเอยที่ร้านแบกับดินข้างถนน และนำมาวิเคราะห์ฝากท่านผู้อ่านนักช้อปดังนี้ค่ะ

แบรนด์หรู ดีไซน์เก๋สุดเหวี่ยง แต่ราคาโหด

ฤดูกาลเฉอะแฉะนี้! ต้องรองเท้าแฟชั่นพลาสติก รู้ข้อดี-ข้อเสีย คู่ถูก-คู่แพง ..ก่อนสอย - รองเท้า - แฟชั่น - พลาสติก

 “รองเท้าเยลลี่ หรือวุ้น ที่ส่วนใหญ่ทำจากวัตถุดิบ PVC บนโลกที่ทันสมัยที่สุดท่ามกลางเทคโนโลยียางอ่อน เฉพาะการประมวลผลจากห้องปฏิบัติการวิชาชีพ สูตรมากกว่า 70 วัตถุดิบ ที่ไม่ซ้ำกันเพื่อให้รองเท้ายางใส่แล้ว comfortable (สบาย) ที่สุด” นิยามรองเท้ายาง หรือพลาสติกของ Marc Jacobs
       
       หลัง ทิ้งท้ายไว้อีกว่า รองเท้าวุ้นจะเป็นที่นิยม โด่งดัง ฮิตติดลมบนใส่กันทั่วท้องถนนในเร็ววันนี้ เนื่องจากวัสดุราคาถูกมากต่ำกว่ารองเท้าอื่นๆ แต่มีสีสันมากและสะดุดตาง่าย
       
       แบรนด์รองเท้าพลาสติกที่มีชื่อเสียงที่สุดคงหนีไม่พ้น Melissa ของบราซิล หัวใสนักเพราะไม่เพียงแต่ได้ประโยชน์จากต้นทุนการผลิตต่ำ แถมยังไอเดียเก๋จับมือแท็กทีมกับดีไซน์เนอร์ห้องเสื้อชั้นนำของโลกเช่น Vivien Westwood, Nine West, Chanel, Footwork เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายแบรนด์ดังที่ต่างผลิตรองเท้าพลาสติกให้สอดรับกับความต้องการที่มากมายอีกด้วย เช่น Grendha, Kohler อีกด้วย
       
       ช่วงหลังๆ สังเกตว่ามีรองเท้าแบบนี้ให้เลือกเยอะมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ของ Melissa ที่รวมพลรองเท้าก้อปไว้มากที่สุด ของเลียนแบบขายเกลื่อนกันให้ทั่วท้องถนน
       
       เหตุผลน่าจะเดากันออก เพราะปัจจัยของราคาซึ่งค่อนข้างสาหัสแพงหูฉี่ ก้อกะอีแค่รองเท้าคู่เดียวอาจแลกมากับเงินเกือบครึ่งเดือนของนักศึกษา และสาวออฟฟิศบางคนที่แม้จะชอบการดีไซน์ที่สวยบาดตา แต่ด้วยราคาที่สวนทางกับเงินในกระเป๋า น้อยคนนักจะยอมควักเงินให้กับแบรนด์ดังเหล่านี้ ดังนั้นจึงเล็งหาเป้าหมายใหม่เปลี่ยนเป็นของก้อปราคาไม่กี่ร้อย ‘หน้าตาได้ แต่ฟังก์ชั่นไม่ได้’ ก็ยังดี พอถูๆไถๆ กันไป
       
       ส่วนราคาที่บอกว่าแพงนั้น สำหรับสาวๆ ไฮโซบางจำพวกคงส่ายหัว และพูดปนขำว่า “ถูกจะตายไป” ราคาก็แค่พันต้นๆ ไต่ระดับไปจนถึงแค่ครึ่งหมื่น ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก ไปทำเล็บเท้า เข้าสปา ยังแพงกว่านี้อีก
       
       ข้อดี แน่นอนหลังจากเสียเงินไปแล้ว ก็น่าจะได้ครอบครองรองเท้าจากวัสดุชั้นเยี่ยม ไม่กัดเท้า ใส่สบาย นุ่มนิ่ม แถมดีไซน์ยังเก๋ล้ำ อินเทรนด์ ไม่โดนประณามว่าใส่ครองก้อป เกรดต่ำอีกด้วย
       
       ข้อเสีย ก็แพงไง เพราะบางคนอาจอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบกับเม็ดเงิน 4 หลักอัพ สู้ไปสอยรองเท้าหนังชั้นดีแบรนด์ดังดีกว่า แถมบางคนอาจคิดว่าโอกาสใส่นั้นน้อย เพียงฤดูกาลเฉอะแฉะเท่านั้นเอง บวกสีสันส่วนใหญ่ฉูดฉาด ทำให้หาเสื้อผ้าหรือกระเป๋าให้เข้ากับรองเท้ายาก!